จากเมืองอินทร์ มาพลิกผืนดิน ศาลายา สู่ มหามกุฏราชวิทยาลัย
ตอนที่ ๔ วางรากฐานเพื่อคณะสงฆ์
สายฝน ยังพรมพร่างไม่ขาดสาย สองมือที่ประคองบาตรยังมั่นคง หัวใจยังยึดมั่นในคำสอนของพระบรมศาสดาและของพ่อแม่ครูอาจารย์ ที่ให้มุ่งมั่นต่อการประพฤติปฏิบัติทำความบริสุทธิ์ที่ตน และให้จาริกไปเพื่อเผยแผ่พระธรรม สองเท้าก้าวเดินไปอย่างไม่หวั่นไหว แม้สายฝนจะเริ่มกระหน่ำเทลงมามากแล้วก็ตาม พระหนุ่มที่เพิ่งอุปสมบทได้เพียง ๑ พรรษา นามว่า พระมหาแสวง ธมฺเมสโก เมื่อ ๔๐ ปี ที่แล้วมีจิตมุ่งมั่นที่จะทำความเจริญต่อพระพุทธศาสนาอย่างมากมายเพียงไร แม้ในปัจจุบัน ความมุ่งมั่นนั้นก็มิได้ลดน้อยถอยลงไปเลย
ประจักษ์พยาน คือผลงานที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา ๔๐ พรรษา ของพระเทพปริยัติวิมล เป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีใครได้กล่าวถึง หรือชื่นชม ความงดงาม ตั้งร้อยพัน หากจะมีจุดตำหนิแม้เพียงเล็กน้อย ผู้คนส่วนใหญ่ ก็มักจะมองเห็นแต่รอยตำหนิเล็กๆนั้น โดยลืมไปว่า คนที่ไม่ผิดพลาดเลย คือคนผู้ไม่เคยได้กระทำสิ่งใดใดเลย และไม่ใช่บุคคลที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง แต่บุคคลที่ควรกล่าวถึง และตระหนักในความดีของท่าน คนส่วนใหญ่ มักจะตระหนักกันตอนที่ร่างของท่านผู้นั้นขึ้นสู่เชิงตะกอน หรือตอนอ่านคำไว้อาลัยเมื่อ บุคคลผู้นั้นจากโลกนี้ไปแล้ว
วางระบบห้องสมุด มมร
ความยากลำบากในการค้นคว้าหาความรู้ ของเด็กในชนบท หรือตามต่างจังหวัดสมัยก่อน นับเป็นความยากลำบากจริงๆ หนังสือแต่ละเล่มล้วนหายาก และมีคุณค่าอย่างมากมาย ความรู้ที่ทันสมัยได้ถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษร เก็บรวบรวมพิมพ์ไว้เป็นหนังสือ คนที่มีโอกาสอ่านหนังสือ จึงเป็นคนที่รู้โลกกว้าง ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ที่ตั้งอยู่ภายในวัดบวรนิเวศวิหารสมัยก่อน ยังไม่ทันสมัย การจัดวางระบบ ยังไม่เป็นระเบียบแบบแผน พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติวิมล ในสมัยนั้น ที่ยังเป็นพระหนุ่ม ก็ได้มองเห็นจุดที่ควรจะส่งเสริม และกระทำให้ระบบการศึกษาเป็นไปด้วยดี ก็คือ ห้องสมุด จึงได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ รื้อระบบ และจัดระเบียบ ห้องสมุด ของ มมร ภายในวัดบวรนิเวศเสียใหม่ เพราะท่านตระหนักดีว่า ความรู้ หากเรียนรู้ได้เฉพาะตน เพราะมีโอกาสดีกว่าคนอื่น ก็จะสร้างความเจริญได้เพียงตน แต่ถ้าเปิดทาง สร้างฐานการเรียนรู้ให้ผู้อื่นได้ศึกษาอย่างกว้างขวาง นอกเหนือไปจากที่เราจะศึกษาเองแล้ว ความรู้อันไพบูลย์ ก็จะขยายวงกว้างออกไป อย่างยิ่งใหญ่ไพศาล ความตระหนักในคุณค่าของการศึกษา ติดอยู่ในหัวใจของท่าน เพราะท่านเป็นเด็กบ้านนอก ที่กว่าจะได้เรียนรู้ในระบบการศึกษา ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนนั้นแสนยากยิ่ง
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต ปัญญาเป็นแสงสว่างที่สุดในโลก
หัวใจที่ตระหนักในการส่งเสริมการศึกษา มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มบวช จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ในเวลาต่อมา เมื่อ พระเทพปริยัติวิมล ได้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดี ลำดับที่ ๔ ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ท่านจึง สร้างโครงการย้ายมหาวิทยาลัยไปสู่สถานที่อันกว้างขวาง และขยายวิทยาเขตออกไปทั่วประเทศ ทั้งนี้ก็เพื่อ เกื้อกูล อนุเคราะห์ พระ เณร กุลบุตร กุลธิดา ผู้อยู่ห่างไกลระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ให้ได้มีโอกาสนั้น ท่านจึงเป็นเทียนเล่มแรก ที่ยอมเผาไหม้ตนเอง เพื่อจุดต่อ ส่งความความสว่างไสวแห่งดวงปัญญา ออกไป ให้กว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในเวลาต่อมา
วางระบบ การบวชใหม่ ให้เป็นแบบแผน
สมัยก่อนนั้น การบวชพระหรือเณร ในวัดบวรนิเวศวิหาร ไม่มีกาลไม่มีวาระ ทำให้การให้ความรู้ การอบรมพระ เณร ใหม่ มีปัญหาในด้านความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ พระเดชพระคุณจึงได้วางระบบใหม่ ทำให้มีกาล มีวาระขึ้น บวชเป็นคราวๆ ไป ในแต่ละปี จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนปัจจุบัน นับเป็นคุณูปการอีกประการหนึ่ง ที่ควรค่ายิ่งนัก
วางระบบ ขั้นตอน ของพระธรรมทูต
นอกจากส่งเสริมให้การศึกษาภายในประเทศแล้ว การเผยแผ่หลักธรรมคำสอนให้กระจายออกไปยังต่างประเทศ ก็เป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พระเทพปริยัติวิมล เป็นบุคคลสำคัญผู้ขับเคลื่อนให้วงการของพระธรรมทูตได้เจริญรุดหน้า สมดั่งเจตนารมณ์ ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงต้องการให้พระธรรมคำสอนได้เผยแผ่ออกไปให้กว้างไกลที่สุด ให้เข้าถึงผู้คนทุกชนชั้น โดยไม่เลือกเชื้อชาติ
ร่วมก่อตั้งบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
เมื่อ ๒๕ ปีที่แล้ว (นับถึง พ.ศ. ๒๕๕๕) บัณฑิตวิทยาลัยก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ภายในรั้วมหาวิทยาลัยสงฆ์ ที่มีนามว่า มหามกุฏราชวิทยาลัย การเจริญเติบโต ของสิ่งปลูกสร้าง อาจมองเห็นได้ง่าย แต่การเติบโตขององค์ความรู้ เราคงต้องใช้เวลา และบัดนี้ การเติบโตของผลผลิตแห่งบัณฑิตที่จบออกไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ของสังคมโลก ก็เป็นการยืนยันถึงความสำเร็จ ของสิ่งที่ปลูกสร้าง ที่เป็นการปลูกสร้างทางจิตวิญญาณ จิตวิญญาณแห่ง อารยะชน ที่ผู้ปลูก ผู้ให้กำเนิด แอบภูมิใจอยู่เงียบๆ โดยมิได้มุ่งหว้งให้ผู้ใดมากล่าวคำบูชาสรรเสริญหรือยกย่อง นอกเสียจากหมู่ศิษย์ จะรู้เห็น และประจักษ์แก่ใจของตัวเขาเอง ว่าบูรพาจารย์ได้สั่งสมสิ่งดีมีคุณค่าใดไว้ให้
สายฝน พร่างพรม ฉ่ำฟ้า แม้จะเป็นเพียง ปีเดียว ที่โยมแม่เสมอ ลูกอินทร์ ได้ทันเห็นพระลูกชายอุปสมบทอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งบวรพระพุทธศาสนา ก่อนที่โยมแม่จะเสียชีวิต แต่มโนปณิธานของโยมแม่ ที่อยากให้พระลูกชาย สร้างทางเจริญทั้งแก่ตนและต่อส่วนรวม ก็เป็นความจริง ความจริงที่ทำให้โยมแม่ชื่นใจ อิ่มอยู่ในสายบุญ อยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า ชั่วกาลนาน
ภาระหน้าที่ อื่นๆอีกมากมายที่ไม่อาจกล่าวถึงได้หมด ยังมีประดับบุญบารมีของพระเทพปริยัติวิมล ประดุจสายฝนที่หลั่งพรมลงมายังพื้นโลก ต้นไม้ชุ่มชื้นเพราะสายฝนฉันใด การศึกษาที่พระเดชพระคุณได้สร้างไว้แก่โลก ก็ฉ่ำชุ่มใจ สว่างไสวจุดประกายปัญญาฉันนั้น แม้ต้นไม้จะไม่รับรู้ว่า สายฝนมีคุณประการใด แม้ผู้รับการศึกษาจะไม่รู้ว่า ใครเป็นผู้สร้าง เป็นผู้สานต่อให้เกิดมี แต่ประโยชน์อันเกิดมีแล้ว ย่อมยังโลกให้ดำรงอยู่อย่าง ตื่นรู้ สงบ สุข นิรันดร์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น