วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จากเมืองอินทร์ มาพลิกผืนดินศาลายา สู่ มหามกุฏราชวิทยาลัย

ตอนที่ ๓  ฟ้าลิขิตให้เป็นผู้สร้าง

                             ๒๗ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๑๕  เป็นวันที่ สามเณรเปรียญ แสวง  ธมฺเมสโก ได้ก้าวสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นพระภิกษุอย่างสมบูรณ์ ในวัย ๒๑ ปี  ทันทีที่เป็นพระภิกษุ คำนำหน้านามของท่าน ก็เปลี่ยนเป็น พระมหาแสวง  ธมฺเมสโก ในทันที   ภายใต้เขตชันธสีมา วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
ภายใต้ชายคา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  

                        คุณตา ของพระเดชพระคุณ พระเทพปริยัติวิมล (แสวง ธมฺเมสโก,ลูกอินทร์) ท่านก็เป็นอดีตมหาเปรียญ ๕  เป็นเชื้อสายดีงามที่สืบทอดกันมา  เมื่อท่านเป็น พืชพันธุ์แห่งไม้ยืนต้นอันทรงคุณค่า และได้มาอยู่บนผืนดินอันอุดม ได้พบครูบาอาจารย์ผู้เป็นแบบอย่างอันดีทำให้ หน่อพุทธบุตรนี้ ดำรงตน เติบใหญ่ ให้ร่มเงา พักพิง ทั้งแก่ถิ่นที่อยู่อาศัย และแผ่กิ่งก้านสาขาแห่งความร่มเย็นออกไปกว้างไกลยังต่างแดน  เหมือนงานที่ท่านจะได้กอรปสร้างต่อไป เพื่อวางรากฐานให้พระพุทธศาสนา เพื่อการศึกษา และเพื่อการเผยแผ่ธรรม แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                       วันที่โยมแม่ จากลา  ๒  กันยายน  พ.ศ. ๒๕๑๖    ผ้าเหลืองจีวรพระ นับความชื่นชมยินดีของโยมแม่ โยมพ่อ ยิ่งนัก  แต่ธงชัยของพระอรหันต์ คือผ้ากาสาวพัสตร์ที่ลูกถือครองนี้ ก็อยู่ในสายตาของโยมแม่ได้เพียงปีกว่านับจากวันที่พระลูกชายได้อุปสมบท

                      วันที่ ๒ กันยายน  พ.ศ. ๒๕๑๖  เป็นวันสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของ พระลูกชาย ที่โยมแม่เสมอ  ลูกอินทร์  มาเสียชีวิตลงด้วยโรคภัยประจำตัว อย่างที่สุดความสามารถของแพทย์จะยื้อยุดชีวิตของท่านไว้ได้ หลังจากที่ท่านได้เจ็บออดๆแอดๆมานานปี  ด้วยความตรากตรำ ทำงานหนักเกินกำลังของผู้หญิงตัวเล็กๆ  แม่ไม่มีเวลาได้พักผ่อนมากนัก    และแม่ก็สู้ ด้วยดวงใจอันเด็ดเดี่ยวแม้ยามวินาทีสุดท้ายของชีวิต  แม่จากไป ด้วยวัยเพียง  ๕๒  ปี  ภาพลมหายใจสุดท้ายของแม่ ยังติดตราตรึงใจของพระลูกชายไม่มีวันลบเลือน

                     ๒  กันยายน ๒๕๕๕  ครบรอบ ๓๙ ปี ที่แม่ลาจาก

                         นับวันเดือนเลือนลากี่ฟ้าหม่น
                         นับวันคนที่จากไปแล้วใจหาย
                         นับจากวันแม่จากลายังอาลัย
                         นับสายใจยังรักลูกยังผูกพัน

                         วันฟ้าร่ำพรำฝนคนหม่นเศร้า
                         วันเก่าเก่าแม่ยังตรึงซึ้งภาพฝัน
                         วันป้อนข้าวเลี้ยงสายใจห่วงใยกัน
                         วันวันนั้น ณ เมืองอินทร์ ถิ่นสิงห์บุรี

                         เป็นความรักเป็นความหวังพลังสร้าง
                         แม่ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อผ่องศรี
                         เพื่อลูกพระได้กอรปสร้างบนทางดี
                         จนวันนี้เจ้าเติบใหญ่ในถิ่นธรรม

                         แม่ทุกข์ยากลำบากมาเนิ่นนานแล้ว
                         แม่คือแก้วผู้เบิกทางอย่างคมขำ
                         แม่ส่งพระก้าวเข้ามาเป็นผู้นำ
                         แม่บอกย้ำฝากพระสร้างทางเจริญ

                         เสมอด้วยดวงตาแห่งสวรรค์
                         เสมอด้วยร้อยล้านพันคำสรรเสริญ
                         เสมอด้วยดวงใจไม่ไกลเกิน
                         เสมอด้วยพระอัญเชิญแม่สู่ใจ

     เสมอด้วย ดวงใจรัก ของพระลูกชาย แด่....โยมแม่ เสมอ ลูกอินทร์


                 ๓๙ ปี ที่แม่จากลา  ๔๐ พรรษา ของพระเทพปริยัติวิมล  ในปี พุทธศักราช  ๒๕๕๕  ปีแห่งพุทธชยันตี  ๒,๖๐๐  ปี แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นปีที่พระผู้มีคุณูปการต่อการวางรากฐานพระธรรมทูตไทย และผู้มีอุปการะอันยิ่งใหญ่ ต่อมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ในการสร้างรากฐานทางการศึกษาให้เจริญเติบโต ต้องประสบกับภาวะกระแสการเมืองภายใน ถูกร้องเรียน  เพราะ การที่ท่านเป็นคนตรง เป็นคนปราบการทุจริต เป็นผู้ยึดแบบอย่างอันดีงาม  ทำให้ต้อง ลงดาบ ผู้ทุจริต ตามหน้าที่ของความเป็น อธิการบดี ผู้แบกรับภาระอันยิ่งใหญ่เพื่อส่วนรวม  แน่นอน  ความไม่พอใจย่อมตามมา  เพราะการกระทำทุกอย่าง ไม่อาจกระทำให้ใครพอใจได้ทั้งหมด   แต่ทุกอย่างต้องยึดที่ ธรรม  เป็นตัวตัดสิน   ยึดที่ ความยุติธรรม  เป็นมาตราวัด  ขอเพียง กรรมการ อย่าบิดเบือน ความลำเอียงจะไม่เกิดขึ้น

                          สำหรับผู้มีหัวใจเสียสละ  อุทิศชีวิตเพื่อสร้างทางเจริญมาแต่เดิม แม้จะถูกกระแสโจมตี กล่าวร้าย  ก็ไม่คิดตอบโต้   ขอเพียง ฟ้ามีตา  ก็จะรู้ว่า ใคร บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ทุจริต หรือไม่ทุจริต

                   สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ  ความบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์รู้ได้เฉพาะตน




                  



                        

            

                     

                                              

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น