เทียน
กลางความมืดยืดยาวหนาวฉะนี้
เทียนริบหรี่ดวงหนึ่งพึ่งทอแสง
จากดวงหนึ่งจุดต่อไปไฟจึงแรง
แม้ลมแกล้งก็มิหวั่นอันตราย
แสงเทียนทองส่องสว่างทางชีวิต
ส่องความคิดความรู้ครูทั้งหลาย
จากหัวใจใสสว่างงามพร่างพราย
จุดประกายการศึกษามหาชน
เทียนยอมรัอนยอมไหม้เพื่อให้แสง
ยิ่งไฟแรงยิ่งสลายละลายหล่น
น้ำตาเทียนเทียบค่าน้ำตาคน
อุทิศตนมิได้หวังในรางวัล
เทียนคือครูผู้ให้ไฟชีวิต
ให้ความรู้คู่ความคิดแก่ศิษย์ขวัญ
จงให้แสงแรงกล้าร่วมฝ่าฟัน
จงพร้อมกันจุดบูชาค่าของครู
บทกวี ของครูกลอน รศ.นภาลัย(ฤกษ์ชนะ) สุวรรณธาดา
๑๑๙ ปี (จวบ ๑๒๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖) แห่งการเติบโตของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) หากนับเป็นอายุของคน ก็เป็นที่สุดของอายุขัยมนุษย์ที่จะพึงมีได้ในยุคนี้ หากเป็นต้นไม้ใหญ่ ก็เป็นต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขา ให้ร่มเงาแก่ผู้คนที่เดินทางผ่านไปมาได้หยุดพักอาศัยคลายร้อน คลายเหนื่อย
บูรพาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นผู้มีคุณูปการมากมาย เกินกว่าที่จะเอ่ยนามท่านหนึ่งท่านใด พระองค์หนึ่งพระองค์ใดได้ เพราะท่านเหล่านั้น เป็นผู้มีคุณต่อการศึกษาของ มหามกุฏราชวิทยาลัย อย่างชนิดทุ่มเทแล้วทั้งชีวิต จิตใจ จึงไม่เป็นการสมควร ที่จะกล่าวนาม หรือกล่าวพระนาม เพียงท่านหนึ่งท่านใดได้ เพราะบูรพาจารย์ ทุกๆท่าน ล้วนมีคุณต่อศิษย์เกินกว่าจะพรรณนา "เพราะมี มมร จึงมี เรา"
"มีวันนี้ เพราะ...เรามีครูดี"
"มีวันนี้ เพราะ...ครูให้"
"มีวันนี้ เพราะ...ครูทุ่มเทจิตใจ"
ในวันนี้ เราจึงได้มากราบ ระลึก พระคุณครู
เนื่องในวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖
มวลหมู่ศิษย์ ขอประนมกร ก้มกราบ อภิวาท บูรพาจารย์
ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแก่ศิษย์
ผู้สร้าง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
และคุณครูทุกๆท่านที่เคยสั่งสอนวิชา
และ บิดามารดา ผู้ซึ่งเป็น ครูคนแรกของบุตร
ปาเจรา จริยา โหนติ คุณุตตรา นุสาสกา

เทียนคือครูผู้ให้ไฟชีวิต
ตอบลบให้ความรู้คู่ความคิดแก่ศิษย์ขวัญ
จงให้แสงแรงกล้าร่วมฝ่าฟัน
จงพร้อมกันจุดบูชาค่าของครู
บทกวี รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา